สมาชิกสภาผู้แทนราฎร (สส.) พรรคประชาชน นำโดยนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.จังหวัดนครราชีมา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงเรียกร้องทุกพรรคการเมืองสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ พ.ศ. 2509 เพื่อให้การประกอบธุรกิจสถานบริการและสถานบันเทิงเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมชี้ว่ากฎหมายที่ใช้มานานกว่า 60 ปี มีข้อจำกัดและช่องโหว่ที่เปิดทางให้เกิดการทุจริตและเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการ
นายปารเมศ กล่าวชื่นชมแนวคิดข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์ (Khaosan Sandbox) โครงการนำร่องที่ริเริ่มโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อปราบปรามการเรียกรับสินบนและส่วย ของเจ้าหน้าที่รัฐใน สถานบันเทิงย่านถนนข้าวสาร โดยเห็นว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการร่วมกันแก้ไขปัญหา พร้อมระบุว่า การกวาดล้างจับกุมรายวันหรือการทำ Sandbox เฉพาะจุดเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากต้องการจัดการกับระบบส่วย จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ โดยเฉพาะตัวบทกฎหมายที่ล้าสมัย ทั้งนี้ เห็นว่าผู้ประกอบการจำนวนมากแม้ต้องการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% แต่กลับเผชิญข้อจำกัดสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านโซนนิ่ง ซึ่งยังยึดตามการกำหนดพื้นที่ในอดีต ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่รองรับสถานบริการตามกฎหมายเพียงบางโซน เช่น พัฒน์พงษ์ RCA รัชดา ขณะที่พื้นที่อื่นไม่อยู่ในเขตที่กำหนด ข้อจำกัดด้านเวลาเปิดและปิด ผู้ประกอบการบางส่วนจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการที่ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมาย ทำให้เปิดได้ถึงเวลาเที่ยงคืน และหากต้องการเปิดต่อจำเป็นต้องพึ่งพาการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ จึงเสนอให้ปรับเวลาเปิดและปิดให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เศรษฐกิจ และข้อจำกัดด้านกฎหมายควบคุมอาคารและกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ซึ่งไม่เอื้อต่อโครงสร้างอาคารและรูปแบบธุรกิจสมัยใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดบางประการ พร้อมย้ำว่า หากสามารถนำสถานบริการเข้าสู่ระบบกฎหมายได้มากขึ้น จะช่วยให้รัฐกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง และทางหนีไฟ โดยหากสถานบริการสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบกำกับดูแลที่ถูกต้อง เหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวที่ทำให้มีผู้สูญเสีย อาจมีความรุนแรงลดลง
ด้านนายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ธุรกิจสถานบันเทิงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการกลับต้องเผชิญกับกฎหมายที่ล้าหลังและเสี่ยงถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมยกตัวอย่างกรณีตำรวจท่องเที่ยวในภูเก็ตถูกกล่าวหาว่าข่มขู่ผู้ประกอบการ เพื่อขอรับประทานอาหารฟรี หากไม่ยอม อาจถูกสั่งปิดร้าน จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างสุจริตและเป็นธรรม
ขณะที่นายฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอย้ำจุดยืนผลักดันการแก้ไขกฎหมายสถานบริการ โดยระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 ได้เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากฎหมายสถานบันเทิง เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีข้อเสนอครอบคลุมทั้งการกำหนดโซนนิ่ง เวลาเปิดและปิด รวมถึงมาตรการควบคุมอาคาร พร้อมยกตัวอย่างจังหวัดชียงใหม่ ที่มีสถานบันเทิงได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเพียง 7 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของกฎหมายที่ล้าสมัย ดังนั้น จึงเชิญชวนทุกพรรคการเมืองร่วมผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ เพิ่มรายได้เข้าสู่รัฐ และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
พรรคประชาชน ชวนทุกพรรคร่วมผลักดันแก้กฎหมายสถานบริการ เสนอทบทวนเขตพื้นที่-เวลาเปิดปิด
ทัดดาว ทองอิ่ม
21 ต.ค. 2569 17:05 น.0 ครั้ง

21 ต.ค. 69 - สส.พรรคประชาชน เสนอทบทวนกฎหมายสถานบริการ กำหนดเขตพื้นที่ เวลาเปิดปิด และข้อกำหนดด้านอาคาร มองกฎเกณฑ์บางส่วนไม่สอดคล้องกับสภาพธุรกิจปัจจุบัน และอาจเปิดช่องให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเชิญชวนทุกพรรคการเมืองร่วมผลักดันการแก้ไข