5 เม.ย. 69 - กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.สงขลา เยี่ยมชมความสำเร็จการบริหารจัดการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ พร้อมรับฟังปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณ เล็งเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัว ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง

image

          คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นำโดย นายโสภณ มะโนมะยา รองประธานกรรมาธิการฯและประธานอนุกรรมาธิการด้านการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาล ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมหารือกับศาสตราจารย์นายแพทย์ รังสรรค์ ภูรยานนทชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นายแพทย์ปพน ดิไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ผู้บริหารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นภาพรวมแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการให้บริการของหน่วยบริการในพื้นที่ระดับเขตที่ 12 ระดับจังหวัด แผนการดำเนินงานการให้บริการสุขภาพ และการบริหารจัดการ ภายใต้การบริหารจัดการงบประมาณภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา
          การติดตามการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์เขตสุขภาพที่ 12 (จังหวัดสงขลา) ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้วิสัยทัศน์ "สงขลา 2580" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอายุขัยเฉลี่ยของประชาชน พบว่า การดำเนินงานมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการประยุกต์ใช้โมเดล "One Hospital" และหลักการ "3S" ในการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลและการส่งต่อผู้ป่วยอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนสู่ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งช่วยลดความแออัดของสถานพยาบาลขนาดใหญ่และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม พบข้อสังเกตสำคัญ คือ ด้านเสถียรภาพทางการเงินของหน่วยบริการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดเล็กที่มีปัญหาทางการเงินจากการจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวที่ผูกติดกับการหักเงินเดือนข้าราชการ ประกอบกับต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้น และการส่งต่อผู้ป่วยออกนอกเขตสุขภาพในพื้นที่รอยต่อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของระบบในภาพรวม
          ขณะเดียวกันโรงพยาบาลระดับภูมิภาค เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างจากการปฏิบัติภารกิจซ้อนทับ ทั้งด้านการจัดบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ จนถึงระดับศูนย์กลางความเป็นเลิศทางการแพทย์ และการเป็นสถาบันหลักในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ชั้นสูง เนื่องจากความไม่สอดคล้องระหว่างต้นทุนการจัดบริการที่แท้จริงกับอัตราค่าชดเชยที่ได้รับเพียงจำนวนร้อยละ 48 ประกอบกับภาระการดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนในสังคมสูงวัยที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการบริหารจัดการรายได้เสริมและเงินบริจาค เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะสั้น อีกทั้งปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อความมั่นคงของระบบส่งต่อผู้ป่วยในระดับเขตสุขภาพ
          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์สู่มาตรฐานสากล จึงเห็นควรเสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามระดับภารกิจและภาระงานด้านวิชาการ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณสู่ระดับภูมิภาค เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ตลอดจนการยกระดับระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำในการเบิกจ่าย
          สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ประกอบด้วย ภาระต้นทุนด้านการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดงบประมาณสนับสนุนในกลุ่มแพทย์ประจำบ้าน รวมถึงการเบิกจ่ายถูกปรับลดงบประมาณลง เนื่องจากภาวะต้นทุนการจัดบริการที่ขยับตัวสูงขึ้นตามความซับซ้อนของโรคในสังคมสูงวัย และข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงินจากความล่าช้าในการได้รับเงินชดเชย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลในระยะยาว
          คณะกรรมาธิการฯ และคณะอนุกรรมาธิการฯ เห็นว่า ควรมีการปรับอัตราเบิกจ่ายงบเหมาจ่ายรายหัว AdjRW (Adjusted Relative Weight) “น้ำหนักสัมพัทธ์ที่ปรับแล้ว” ใช้วัด ความซับซ้อนและต้นทุนการรักษาผู้ป่วยในแต่ละราย ให้สะท้อนต้นทุนจริงของโรงพยาบาล พร้อมทั้งเร่งกำหนดแนวทางการร่วมจ่ายและจัดสรรงบประมาณเพิ่มตามชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ เพื่อลดภาระทางการเงินของสถานพยาบาลและสร้างความยั่งยืนแก่ระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ