ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การปรับโครงสร้างคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้มีลักษณะเป็นคณะกรรมการแบบไตรภาคี ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2560 เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาในปัจจุบัน ร่างกฎหมายใหม่นี้กำหนดให้ ก.ค.ศ. ชุดใหม่ มีจำนวน 33 คน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และเพิ่มสัดส่วนผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 12 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในระบบการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานบุคคลมากขึ้น
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายแสดงความเห็นว่าแม้ร่างกฎหมายจะเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษา เนื่องจากสัดส่วนตัวแทนยังไม่ครอบคลุมครูบางกลุ่ม เช่น ครูการศึกษาพิเศษ และครูสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กศน.) พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อการกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำรงตำแหน่งประธาน ก.ค.ศ. และมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอาจสะท้อนลักษณะการรวมศูนย์อำนาจ จึงเสนอให้มีคณะกรรมการอิสระเข้ามาดำเนินการสรรหา เพื่อเสริมความเป็นกลางและลดข้อกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง
ด้าน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา สนับสนุนแนวทางใช้ระบบสรรหากรรมการ ก.ค.ศ. แทนการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าจะช่วยลดปัญหาระบบพรรคพวกและการแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมมองว่าจะช่วยให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบรับหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้พิจารณา และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 21 คน เพื่อพิจารณารายละเอียด พร้อมกำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน 7 วัน
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง