31 พ.ค. 69 - สว.อัจฉรพรรณ ห่วงวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชี้เผชิญปัญหารอบด้านทั้งราคาตกต่ำ-โรคระบาด-ปัญหาสารตกค้าง กระทบเศรษฐกิจฐานรากและการส่งออก เสนอ 4 แนวทางต่อรัฐบาล เร่งฟื้นความเชื่อมั่น ยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเป็นระบบ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเวทีโลกอย่างยั่งยืน

image

           นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยระบุว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาราคากุ้งตกต่ำหรือโรคระบาดเท่านั้น แต่เป็นปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานราก การส่งออก และความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจชายฝั่งที่มีประชาชนจำนวนมากพึ่งพาอุตสาหกรรมกุ้ง ทั้งในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมง การแปรรูป และการขนส่ง หากอุตสาหกรรมกุ้งอ่อนแอลง จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อรายได้ครัวเรือน ผู้ประกอบการรายย่อย ห้องเย็น และโรงงานแปรรูป ทั้งนี้ จากข้อมูลของภาคเอกชนระบุว่า ในอดีตอุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยสร้างมูลค่าการส่งออกสูงกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี แต่หลังเผชิญวิกฤตโรคระบาด รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่น่ากังวล โดยเฉพาะกรณีตรวจพบสารตกค้างในตลาดต่างประเทศ แม้จะเกิดขึ้นเพียงบางกรณี แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสินค้าไทยอย่างมากทำให้สินค้าถูกกักตรวจ และผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนการส่งออกที่สูงขึ้น 
            นางสาวอัจฉรพรรณ ได้เสนอแนวทาง 4 ประการต่อรัฐบาลเพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งทะเลทั้งระบบ ได้แก่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เป็นหน่วยงานหลักจัดทำระบบบัญชาการโรคกุ้งและสารตกค้างในระดับพื้นที่ โดยเริ่มนำร่องในจังหวัดชายฝั่งภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกพันธุ์ ระบบเฝ้าระวังโรค และการสุ่มตรวจสารตกค้างก่อนการจับขายอย่างเข้มงวด ให้กรมประมง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) สมาคมกุ้งไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ตลอดจนผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ร่วมกันพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (Digital Traceability) ตั้งแต่ต้นทางฟาร์มเลี้ยงจนถึงโรงงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ ให้กระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกระดับแบรนด์ กุ้งไทยปลอดภัยอย่างยั่งยืน มุ่งเจาะตลาดคุณภาพสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป โดยแข่งขันด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และระบบตรวจสอบย้อนกลับ แทนการแข่งขันด้านราคาต่ำ และให้สำนักงบประมาณ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)กระทรวงการคลัง และจังหวัดชายฝั่ง จัดทำแผนงบประมาณบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุน ป้องกันโรค เพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการส่งออก
            นางสาวอัจฉราพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น รายได้ของเกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ